• เปิดหลักเกณฑ์แบดโลก คัดตัวลุย “โตเกียวเกมส์”

    เผยหลักเกณฑ์ของสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) ในการพิจารณาโควต้านักแบดมินตันเข้ารอบสุดท้ายโอลิมปิกเกมส์ 2020 ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-9 สิงหาคม ปีหน้า ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กำหนดจำนวนโควต้าในโอลิมปิกครั้งนี้ทั้ง 5 ประเภท รวมทั้งสิ้น 172 โควต้า โดยใช้อันดับโลกที่รับรองโดยสหพันธ์แบดมินตันโลก เริ่มพิจารณาอันดับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2019 สิ้นสุดวันที่ 26 เมษายน 2020 และจะมีการประกาศนักกีฬาที่ได้โควต้าไปแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 เมษายน การคัดเลือกประเภทเดี่ยว(ชายเดี่ยว-หญิงเดี่ยว)...

  • ‘บาส-ปอป้อ’พร้อมลุยขนไก่’สุธีรมาน คัพ’ ‘โค้ชโอม’วางแผน15ทัวร์ล่าตั๋วโอลิมปิก

    “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันคู่ผสมมือ 4 ของโลก เปิดเผยถึงความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันทีมผสมชิงแชมป์โลก รายการ “โทเทิล สุธีรมาน คัพ 2019” ที่เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน แข่งขันช่วงระหว่างวันที่ 19-26 พฤษภาคม 2562 ว่า สภาพร่างกายตอนนี้ถือว่ามีความพร้อม และหวังที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันรายการสุธีรมาน คัพ 2019 ซึ่งจะเป็นรายการแรกในการเก็บคะแนนสะสมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปีหน้าอีกด้วย บาส และปอป้อ กล่าวอีกว่า ได้มีการวางแผนร่วมกับทีมสต๊าฟโค้ชเอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่ ในการแข่งขันรายการต่างๆ ในปีนี้ต่อเนื่องยาวจนถึงโอลิมปิกเกมส์ 2020 และตั้งเป้าอันดับโลกในปีนี้จะติดท็อป 3 ของโลกให้ได้  “สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องรักษาสภาพร่างกายของตัวเองให้พร้อมที่สุด และพยายามไม่ให้มีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้น ส่วนจุดบกพร่องต่างๆก็จะมีการปรับแก้ไขกันไปในแต่ละรายการที่เข้าร่วมการแข่งขันตลอดเวลาอยู่แล้ว”บาสและปอป้อกล่าวร่วมกัน ขณะที่ “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอน เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่ เปิดเผยว่า การวางแผนเก็บคะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์ 2020 นั้น ได้วางแผนเก็บคะแนนให้ เดชาพล และทรัพย์สิรี เข้าร่วมรายการแข่งขันช่วงควอลิฟายด์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป แต่ไม่รวมถึงรายการทีมอีเวนต์อย่าง สุธีรมาน คัพ 2019 โดยตั้งเป้าหมายเอาไว้ให้ทั้งบาส และปอป้อ ติดอันดับท็อป 3 ของโลก และคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ให้ได้ โค้ชโอมกล่าวอีกว่า สำหรับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ยังจะเล่นประเภทหญิงคู่กับ “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล ขณะที่ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ ก็จะเล่นประเภทชายคู่กับ “สกาย” กิตตินุพงษ์ เกตุเรน เพื่อเป้าหมายในการคว้าโควต้าโอลิมปิกเกมส์ สำหรับการแข่งขันแบดมินตันทีมผสมชิงแชมป์โลก “โทเทิล สุธีรมาน คัพ 2019” ทัพนักแบดมินตันทีมชาติไทย เป็นทีมวางอันดับ 7อยู่กลุ่ม 1A ร่วมกับ ญี่ปุ่น ดีกรีรองแชมป์เก่าและทีมวางอันดับ 1 และรัสเซีย ทีมวางอันดับ 12 ซึ่งทีมแบดมินตันไทยเคยทำผลงานดีที่สุดด้วยการผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ 2 ครั้ง เมื่อปี 2013 และปี 2017.

  • “เบล”สุชัญญา-“ไหม”พิชญาภา “หญิงคู่”ความหวังใหม่ขนไก่ไทย

    แชมป์สมัยที่ 2 คือผลงานชิ้นโบว์แดงล่าสุดของนักตบลูกขนไก่สาว “หญิงคู่” ดาวรุ่ง “น้องเบล” สุชัญญา พัววรานุเคราะห์ กับ “น้องไหม”พิชญาภา ภูยาดาว ที่ช่วยกันคว้ามาครองได้ ในรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี ศึกแบดมินตัน SCG จูเนียร์ แบดมินตัน แชมเปี้ยนชิพ 2019 ครั้งที่ 39 สนามที่ 3 รอบคัดเลือกตัวแทนภาคกลาง ที่เพิ่งจบการแข่งขันไป เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562...

  • เจาะแผน‘ลึก’แบบลับๆ‘บาส-ปอป้อ’ ในวันล้มมือ1โลก-ซิวแชมป์แรกแห่งปี จุดเริ่มต้นสู่ภารกิจใหญ่ใน‘โอลิมปิก’

    ผงาดคว้าแชมป์แบดมินตันอาชีพรายการระดับ “เวิลด์ ทัวร์ ซุปเปอร์ 500” ได้เป็นครั้งแรก และเป็นแชมป์แรกในรอบ 2 ปีได้สำเร็จสำหรับ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ”ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันคู่ผสมมือ 4 ของโลก ในศึก “สิงคโปร์โอเพ่น 2019” ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา แชมป์รายการระดับ “เวิลด์ ทัวร์ ซุปเปอร์ 500” นับว่าสำคัญแล้ว แต่อาจจะไม่สำคัญเท่ากับความมั่นใจที่มาจากการคว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกเหนือ เจิ้ง ซีเว่ย และฮวง หย่าเฉียง คู่มือ 1 ของโลก และมือวาง 1 ของรายการจากจีนในรอบรองชนะเลิศ หลังจากคู่ของไทยแพ้มา 6 ครั้งรวดที่เจอกันมา ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ “บาส” และ “ปอป้อ”เปิดฉากศักราชใหม่ด้วยการคว้า 2รองแชมป์จากรายการ “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรีไทยแลนด์ มาสเตอร์ส” และ “เปโรดัว มาเลเซีย มาสเตอร์ส 2019” แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นรายการ “โยเน็กซ์ เยอรมัน โอเพ่น 2019”และรายการใหญ่ที่มีความคาดหวังสูงอย่าง “โยเน็กซ์ ออล อิงแลนด์ 2019” ซึ่งทั้งคู่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทำให้สต๊าฟโค้ชและทีมงานของ “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี่” ได้ตัดสินใจให้ทั้งคู่ถอนตัวจากศึก “โยเน็กซ์ ซันไรส์อินเดีย โอเพ่น 2019” เพื่อกลับมาทบทวนแก้ไขจุดบกพร่อง และเพื่อจะได้มีระยะเวลาพักผ่อนฟื้นฟูสภาพร่างกาย 2 สัปดาห์ การตัดสินใจดังกล่าว ทำให้ทั้งคู่มีสภาพความพร้อมตามที่ตั้งใจไว้ และคืนฟอร์มกลับมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการเข้ารอบตัดเชือกรายการ “เซลคอม เอเชียต้า มาเลเซีย โอเพ่น 2019” ก่อนจะมาคว้าแชมป์แรกของปีในศึก“สิงคโปร์ โอเพ่น 2019” ได้ในที่สุด “ปอป้อ” กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาสภาพความพร้อมของร่างกายอยู่ที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าได้หยุดพักช่วงปีใหม่ไปหลายวัน แม้รายการแรกของปีจะได้เข้าชิง แต่อาจจะเล่นไม่ได้ตามที่เตรียมเอาไว้ “ช่วงต้นปีร่างกายค่อนข้างพร้อมค่ะ แต่ผลที่ออกมาอาจจะยังไม่ได้ตามที่เราตั้งไว้ ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องของสมาธิด้วยในช่วงนั้น รวมทั้งเราก็พลาดเองเยอะ” ปอป้อ เล่าให้ฟัง ขณะที่ “บาส” กล่าวว่า สภาพร่างกายตั้งแต่ช่วงต้นปีอาจจะไม่เต็มร้อย แต่ในตอนนั้นเราก็ค่อยๆ มองไปทีละแมตช์ และพยายามทำผลงานให้ดี แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งร่างกายมีความพร้อมเต็มที่ในช่วงรายการเยอรมัน และออล อิงแลนด์ แต่ปรากฏว่า ผลที่ออกมาก็ยังไม่พอใจ เพราะได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเข้ารอบเซมิไฟนอล “หลังจากกลับมาจากออล อิงแลนด์ เราก็ถอนตัวจากแมตช์ที่อินเดียไปจากคำแนะนำของทีมงาน เพื่อกลับมาแก้ไขจุดบกพร่องและเตรียมความพร้อมก่อนไปแข่งขัน 2 แมตช์ที่มาเลเซีย และสิงคโปร์” บาสกล่าว ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ทั้ง เดชาพล และทรัพย์สิรี กลับมาแก้ไขข้อบกพร่องนั้น ทางสต๊าฟโค้ชนำโดย “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาสได้ปรับแก้เรื่องสภาพร่างกาย ความคิด สมาธิ และเทคนิคต่างๆ โดยมี รศ.เจริญ กระบวนรัตน์ หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาเติมเต็มในการเตรียมความพร้อม “บาส” กล่าวว่า ในช่วงนั้นเราได้คิดร่วมกัน เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง พอกลับไปแข่งขันก็เริ่มทำได้ดีขึ้นในเรื่องสมาธิ การควบคุมตัวเองก็ดีขึ้น ขณะที่ “ปอป้อ” บอกว่า เมื่อก่อนตีลูกเสีย ก็จะคิดแค่ว่า “เสียแล้วเสียไป” แต่พอตอนนี้ตีเสียแล้วก็ต้องเบรกบ้าง และคิดว่าเราผิดพลาดตรงจุดไหน มีคุยกันเองบ้างกับบาส และโค้ชก็เข้ามาช่วยแนะนำระหว่างเกม รวมทั้งช่วงนั้นยังได้ฝึกสมาธิให้นิ่งขึ้น เพื่อให้จิตใจสงบด้วยการสวดมนต์ก่อนนอนด้วย ก่อนลงสนามเจอกับคู่มือ 1 จากจีน “โค้ชโอม” ได้ปรับวิธีการเล่นบางอย่าง ที่นำมาจากบทเรียนความพ่ายแพ้ 6 ครั้งก่อนหน้านี้ปรากฏว่า สถานการณ์การเล่นในสนามดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่า จะโดนนำห่างทั้งสองเกม แต่ทั้งคู่ก็กลับมาเอาชนะได้ทั้งสองเกม 24-22,21-19 “เกมแรกที่โดนนำห่าง 5-11 แต่ก็ไล่ขึ้นมาได้ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น แต่ไม่ได้คิดถึงชัยชนะ เพราะจะกลายเป็นกดดันตัวเอง พอชนะเกมแรกได้ก็คิดว่า เกมสองให้ตีเหมือนเดิม และอย่าผ่อน เกมสองก็โดนนำ 7-11 แต่ก็พยายามกลับมาจนได้” ปอป้อกล่าว “เราตีไปเรื่อยๆ ไม่สนใจแต้ม จนกลับมาชนะ และทำให้เรารู้แล้วว่า จะตียังไงกับเขา แต่ครั้งต่อไปเขาก็คงปรับแก้มาเช่นกัน ดังนั้นเราต้องไม่หยุด ปรับแก้ตัวเอง ปรับตามไปเรื่อยๆ ด้วย” บาสเล่าบ้าง ด้าน “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส ระบุว่า ช่วงที่ถอนตัวจากรายการอินเดีย โอเพ่น ได้กลับมาแก้ไขข้อผิดพลาด สำหรับการเจอกับคู่มือ 1 โลกจากจีน 6 ครั้งที่ผ่านมาเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้มาโดยตลอด และก็หาทางแก้ไขปรับแก้จุดต่างๆ มาเรื่อยๆจนหาทางเอาชนะได้ในที่สุด “แม้จะทำแต้มตามเขา แต่รูปแบบเกมการเล่นเราดีขึ้น สามารถคุมเขาอยู่ทำแต้มไล่มาและเอาชนะได้ แต่เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเพราะครั้งต่อไปที่เจอกันเขาก็ต้องปรับแก้เกมมาและก็จะระวังเรามากขึ้น”โค้ชโอมกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้ว่า “บาส-ปอป้อ”จะคว้าชัยเหนือคู่มือ 1 โลกแดนมังกรได้ แต่ “โค้ชโอม” ยืนยันว่า เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเพราะครั้งต่อไปที่จะเจอกันนั้น จะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ดังนั้น การฝึกซ้อมเตรียมพร้อมก็จะต้องเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย “เราลองมองเข้าไปที่ตัวนักกีฬาว่า สิ่งที่เขาต้องเพิ่มเติมคืออะไร ไม่ใช่ชนะมาทีก็ยอกันที และอย่าเสพติดความสุข ไม่เช่นนั้นอาจจะหลงได้ เสพความสุขได้ให้เป็นกำลังใจ แต่อย่าเสพนาน ให้เราโฟกัสกับตัวเอง ตั้งใจฝึกซ้อม และทำผลงานให้อยู่ในเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป” โค้ชโอมเตือนสตินักกีฬาทุกคน “บาส-ปอป้อ” แทบจะไม่มีเวลาชื่นชมกับความสำเร็จ เพราะยังมีภารกิจมากมายที่รอคอยอยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 24 กรกฎาคม -9สิงหาคมปีหน้า ซึ่งจะเริ่มเก็บคะแนนสะสมในเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป นี่แค่จุดเริ่มต้นของก้าวสำคัญในห้วงเวลาอีกปีเศษๆ ของทั้งสองคน…

  • “น้องพิงค์”พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ สาวเจียงใหม่”ดาวโรจน์”ขนไก่ไทย

    ณ วันนี้ วงการแบดมินตันไทย กำลังจับตามองสาวน้อยวัย 12 “น้องพิงค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์  หลังจากเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่นคว้าแชมป์ข้ามรุ่นมากมาย โดยเฉพาะในปี 2018 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การคว้าแชมป์หญิงเดี่ยว”ซียู โอเพ่น 2018″, แชมป์แบดมินตันอินเตอร์ เนชั่นแนล ชาเลนจ์ 2018 “โยเน็กซ์ โรซ่า บ้านทองหยอด2018”, แชมป์หญิงเดี่ยวเยาวชนแห่งชาติ 2018 รวมถึงแชมป์รายการต่างประเทศ “วิคเตอร์ เอ๊กซ์ซิส จาการ์ตา โอเพ่น จูเนียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพ 2018” กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ผลงานดังกล่าว สร้างความฮือฮาให้เป็นที่กล่าวขานอย่างกว้างขวาง ถึงความเก่งกาจเกินวัยของ “น้องพิงค์” ในวัย 11 ปีขณะนั้นสามารถกวาดแชมป์มาครองได้อย่างมากมาย ที่สำคัญยังเป็นการปีนข้ามรุ่นขึ้นไปผงาดคว้าแชมป์ในรุ่น 15 ปี มาครองอีกด้วย  พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ สาวชาวเหนือดาวรุ่งอนาคตไกลจากเชียงใหม่ เกิดวันที่ 4 มกราคม ปี 2550 ปัจจุบันศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศเชียงใหม่ วันนี้เธอมีอายุครบ 12 ปี แต่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้ชื่นชมมากมาย ทั้งในไทย และต่างประเทศ “น้องพิงค์” เล่าว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้เลือกเดินบนเส้นทางนักตบลูกขนไก่ มาจากการชอบตามคุณพ่อ พิพัฒน์ โอภาสนิพัทธ์ เข้าสนามแบดมินตันตั้งแต่อายุเพียแค่ 1 ขวบ เพราะคุณพ่อเป็นผู้ฝึกสอนให้กับสโมสรแบดมินตันไทยสไมล์ (จ.เชียงใหม่) จึงมีโอกาสได้เห็นพี่ๆ ที่เป็นลูกศิษย์คุณพ่อมาเล่นและหัดตีอยู่ตลอด  “การได้เห็นบ่อยๆ คือ การซึมซับ” ด้วยเหตุนี้จึงทำให้น้องพิงค์สนใจอยากเล่นบ้าง และมีโอกาสได้เริ่มหัดเล่นเมื่อตอนอายุเพียงแค่3 ขวบ เรียกว่า หัดเดินได้คล่องปุ๊บก็จับแร็กเก็ตฝึกกันเลยทีเดียว เมื่อฝึกฝนมีฝีมือพอตัวแล้ว อายุ 4-5 ขวบได้เริ่มลองออกแข่งขัน แต่ก็แพ้มากกว่าชนะ ไม่มีผลงานโดดเด่นอะไร รวมถึงในรายการSCG จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ เธอเคยลงแข่งขันเมื่อตอนอายุ 8 ขวบในรอบคัดเลือกตัวแทนภาคเหนือ ที่ จ.ลำพูน และก็แพ้ตกรอบด้วยเช่นกัน  การแพ้บ่อยๆ ใช่ว่า จะทำให้น้องพิงค์ท้อ แต่กลับมีความมุมานะพยายามมากขึ้น โดย “น้องพิงค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ บอกว่า เธอให้เวลาและทุ่มเทกับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ ยิ่งในช่วงปิดเทอมจะมีโปรแกรมซ้อม 2 เวลาคือเช้าเวลา 10.00-12.00 น.และเย็น จะเริ่มเวลา 16.00 น.ซ้อมยาวไปจนถึง 21.00 น. โดยมีเป้าหมายว่าจะพยายามทำทุกวันไปให้ดีที่สุดรวมถึงการแข่งขันในทุกสนามด้วย  “ความสำเร็จ ไม่เคยปฏิเสธความพยายาม” ผลงานของเธอดีขึ้นตามลำดับ จนในที่สุดก็คว้าชัยชนะได้มากกว่าแพ้ และสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่านักกีฬาวัยเดียวกัน ล่าสุดในศึกแบดมินตัน SCG จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิฟ 2019 ครั้งที่ 39 รอบคัดเลือกตัวแทนภาคเหนือที่ สนามเอชพีแบดมินตันเชียงราย ซึ่งปิดฉากลงไปเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา “น้องพิงค์” ในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรายการจากค่ายเอ็มซีพี คว้าแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ด้วยการเอาชนะ ณัชชาวีณ์ สิทธิธีระนันท์ มือวางอันดับ 2 ของรายการจากบ้านทองหยอดไป 2-0 เกม21-8, 21-15 อีกทั้งยังเบิ้ลแชมป์ ด้วยการจับคู่กันเองกับ ณัชชาวีณ์ สิทธิธีระนันท์ เป็นคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการประเภทหญิงคู่เอาชนะ  ศศิวรัญ ขันทองนาค-พิชญ์นาฏ ไชยวรรณะ 2-0 เกม 21-10, 21-11  ผลงานดังกล่าว ทำให้สาวน้อยคนนี้ ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ SCG จูเนียร์ แบดมินตัน แชมเปี้ยนชิฟ 2019 กับตัวแทนจากภาคอื่นๆ ระหว่างวันที่ 4-9 มิถุนายนนี้ ที่ ศูนย์ฝึกแบดมินตัน และวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นางลิ้นจี่ ซอย 3 สำหรับความฝันของ “น้องพิงค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ เธอบอกว่าอยากประสบความสำเร็จในวงการแบดมินตันให้ได้ทุกทางไม่ว่าจะเป็นการติดทีมชาติ การได้ออกไปหาประสบการณ์แข่งขันรายการต่างๆ ในระดับโลก การได้ไปวาดลวดลายในโอลิมปิกเกมส์ รวมถึงการก้าวขึ้นเป็นมืออันดับ 1 ของโลกให้ได้สักครั้ง …..ฝันนี้อาจจะดูสูงส่ง เธออาจจะทำ “สำเร็จ” หรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ แค่ได้ “พัฒนาตัวเอง” จากการลงมือทำ ก็น่าจะถือว่าเธอ “ถึงเส้นชัย” แล้วไม่ใช่เหรอ?

  • “บาส-ปอป้อ-กิ๊ฟ-วิว” ชวดชิงแบดมาเลย์

    นักแบดมินตันตกรอบหมดแล้ว ในการแข่งขันแบดมินตันอาชีพ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ ซูเปอร์ เวิลด์ทัวร์ 750 “เซลคอม เอเชียต้า มาเลเซีย โอเพ่น 2019” ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ โดยมีนักตบลูกขนไก่ไทยผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ 2 ประเภท ได้แก่ คู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือ 4 ของโลก เจอศึกหนักกับ หวง ย่าเฉียง – เจิ้ง ซีเว่ย คู่มือ 1 ของโลกจากจีน ซึ่งสถิติที่ผ่านมาเจอกัน 5 ครั้ง...

  • “บาส-ปอป้อ” ตัดเชือกแบดมาเลย์ชนคู่มือ 1 โลก

    “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือ 4 ของโลก โชว์ฟอร์มดุ ตบชนะ มาร์คัส เอลลิส – ลอเรน สมิธ คู่มือ 13 ของโลกจากอังกฤษ สองเกมรวด 21-14, 21-12 ในการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ คู่ผสม แบดมินตันอาชีพ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ ซูเปอร์ เวิลด์ทัวร์ 750...

  • “ภวุฒิ อารีชาญกิจ” ดาวดวงใหม่ขนไก่ไทย มุ่งเรียน “กศน.”…เพื่อฝันไกลไป “โอลิมปิก”

    วงการแบดมินตันไทยต้องจับตามอง “น้องเพียว” ภวุฒิ อารีชาญกิจ หนุ่มน้อยวัย 16 ปี ดาวดวงใหม่ที่ฉายแววขึ้นมาจรัสแสง หลังแจ้งเกิดด้วยผลงานการคว้าแชมป์ประเภทชายคู่ และรองแชมป์ประเภทชายเดี่ยว จากรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี ในศึกแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย รายการใหญ่แห่งปี “เอสซีจี จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2019” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2562 รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สนามแบดมินตันชยาธิป อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ภวุฒิ...

  • ‘บาส-ปอป้อ’พ่ายอิเหนาชวดตัดเชือกแบด‘ออล อิงแลนด์’

    การแข่งขันแบดมินตันอาชีพรายการใหญ่ระดับบีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 รายการ “โยเน็กซ์ ออล อิงแลนด์ โอเพ่นแบดมินตัน แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ชิงชัยเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31.33 ล้านบาท แข่งขันที่อารีน่า เบอร์มิงแฮม เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ช่วงระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคม การแข่งขันเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งแข่งขันจบในช่วงเช้าของวันที่ 9 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย เป็นการชิงชัยรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยมีนักแบดมินตันไทยผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้เพียงประเภทคู่ผสม คือ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ”ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 4 ของโลก และคู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ เดชาพล และทรัพย์สิรี ลงสนามพบกับ ปราวีน จอร์แดน และเมลาตี เดเอว่า ออคตาเวียนตี้ คู่มืออันดับ 15 ของโลกจากอินโดนีเซียโดยสถิติก่อนหน้านี้เคยพบกันมา 2 ครั้ง ปรากฏว่า คู่ของ เดชาพล และทรัพย์สิรี คว้าชัยชนะมาได้ 2 นัดรวด ประกอบด้วย รายการ วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2018 ชนะ 2-0 เกม 21-11, 21-13 และล่าสุดเจอกันในรายการมาเลเซีย มาสเตอร์ส 2019 ชนะ 2-1 เกม 18-21, 21-14, 21-18 ผลการแข่งขันแมตช์นี้ปรากฏว่า ในเกมแรก คู่ของ เดชาพล และทรัพย์สิรี ออกสตาร์ทเล่นด้วยระบบทีมเวิร์กเหนือกว่าตบเอาชนะไปได้ก่อน 21-16 แต่จากนั้นเกมสองคู่นักตบลูกขนไก่อินโดนีเซียเร่งฮึดตบชนะ 21-12 และเกมตัดสินคู่อิเหนายังเล่นได้เข้าฟอร์มเอาชนะได้อีก 21-17 สรุปผลการแข่งขัน เดชาพล และทรัพย์สิรี พลาดท่าพ่าย ปราวีน จอร์แดน และเมลาตี เดเอว่า ออคตาเวียนตี้ 1-2 เกม 21-16, 12-21และ 17-21 ทำให้ชวดโอกาสผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย ด้านการแข่งขันแบดมินตันอาชีพระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ รายการ “54 โปรตุกีส อินเตอร์เนชั่นแนล อินเตอร์เนชั่นแนลแชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ชิงเงินรางวัลรวม 10,000 ดอลลาห์สหรัฐ หรือประมาณ 318,000 บาท ที่เมืองคาดาส ดา เรนญ่า ประเทศโปรตุเกส วันเดียวกัน เป็นการชิงชัยรอบแรก ประเภทชายคู่ “เอ็ม” สุภัค จอมเกาะ และ “อเล็กซ์” วชิรวิทย์ โสทน นักตบดาวรุ่งหนุ่มไทย คู่มืออันดับ 106ของโลก เอาชนะ คริสโตเฟอร์ เคลาเออร์ และเฟลิกซ์ ฮัมเมส คู่มืออันดับ 283 ของโลกจากเยอรมนี 2-0 เกม 21-10, 21-11 จากนั้นลงแข่งขันรอบสอง พ่ายให้กับ ฟาง-ชิน ลี และโป หลี่-เว่ย คู่จากไต้หวัน 0-2 เกม 13-21, 16-21 ทำให้ชวดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ประเภทคู่ผสม “เอ็ม” สุภัค จอมเกาะ จับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน ซึ่งเป็นคู่มืออันดับ 95 ของโลก ได้บายรอบแรกและลงแข่งรอบสอง พ่ายเฉียดฉิวต่อ เอลิซ่า เมลการ์ด และมาธิอัส ไทร์รี่ คู่มืออันดับ 102 ของโลกจากเดนมาร์ก 2-1 เกม 15-21, 22-22, 16-21  ด้านประเภทหญิงเดี่ยว “พีช” พรทิพย์ บูรณะประเสริฐสุข มืออันดับ 58 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ ลงแข่งขันรอบแรกชนะ ราเชล ดาร์รักช์ มืออันดับ 198 ของโลกจากไอร์แลนด์ 2-0 เกม 21-5, 21-10 และรอบสอง ชนะ ฮอลลี่ เนวอลล์ มืออันดับ 292ของโลกจากสก็อตแลนด์ 2-0 เกม 21-8, 21-16 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเข้าไปพบกับ คลาร่า อาซูร์เมนดี้ มืออันดับ 128 ของโลก และมือวางอันดับ 8 ของรายการจากสเปนต่อไป.

  • ‘บาส-ปอป้อ’ลิ่วก่อนรองฯออลล์อิงแลนด์ ‘หญิงคู่-หมิว-กัน’กอดคอร่วงรอบสอง

    การแข่งขันแบดมินตันอาชีพรายการใหญ่ระดับบีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 รายการ “โยเน็กซ์ ออลล์ อิงแลนด์ โอเพ่นแบดมินตัน แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ชิงชัยเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31.33 ล้านบาท แข่งขันที่อารีน่า เบอร์มิงแฮม เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ช่วงระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคม การแข่งขันเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งแข่งขันจบในช่วงเช้าของวันที่ 8 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย เป็นการแข่งขันในรอบสอง สรุปผลนักแบดมินตันไทย ดังนี้ ประเภทคู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 4 ของโลก และคู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ ยังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ช่วยกันตบเอาชนะ แซม มากี และโช มากี คู่มืออันดับ 39 ของโลกจากไอร์แลนด์ขาดลอย 2-0 เกม 21-9, 21-11 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเข้าไปพบกับ ปราวีน จอร์แดน และเมลาตี เดเอว่า ออคตาเวียนตี้ คู่มืออันดับ 15 ของโลกจากอินโดนีเซียต่อไป ประเภทหญิงคู่ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กับ “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล คู่มืออันดับ 35 ของโลก พลาดท่าพ่าย กาเบรียล่า สโตเอว่า และสเตฟานี่ สโตเอว่า คู่มืออันดับ 8 ของโลก และคู่มือวางอันดับ 8 ของรายการจากบัลแกเรีย 0-2 เกม 18-21, 23-25 ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ขณะที่คู่ของ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล และ “วิว” รวินดา ประจงใจ คู่มืออันดับ 9 ของโลก แพ้ เฉิน ฉิงเฉิน และเจีย หย่าฟ่านคู่มืออันดับ 5 ของโลก และคู่มือวางอันดับ 5 ของรายการจากจีน 0-2 เกม 18-21, 14-21 ประเภทหญิงเดี่ยว “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มืออันดับ 23 ของโลก แพ้ให้กับ เหอ ปิงเจียว มืออันดับ 6 ของโลก และมือวางอันดับ 6ของรายการจากจีน 1-2 เกม 21-15, 15-21, 14-21  ประเภทชายเดี่ยว “กัน” กันตภณ หวังเจริญ มืออันดับ 18 ของโลก แพ้ เคนโตะ โมโมตะ มืออันดับ 1 ของโลก และมือวางอันดับ 1ของรายการจากญี่ปุ่น 0-2 เกม 19-21, 11-21 ตกรอบไปเช่นเดียวกัน ด้านการแข่งขันแบดมินตันอาชีพระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ รายการ “54 โปรตุกีส อินเตอร์เนชั่นแนล อินเตอร์เนชั่นแนลแชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ชิงเงินรางวัลรวม 10,000 ดอลลาห์สหรัฐ หรือประมาณ 318,000 บาท ที่เมืองคาดาส ดา เรนญ่า ประเทศโปรตุเกส วันเดียวกัน เป็นการชิงชัยรอบคัดเลือก ประเภทหญิงคู่ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน จับคู่กับ “แฟร์” สรัลชนา ชัยกิตติวัฒน์ คู่มืออันดับ 319ของโลก ลงแข่งรอบคัดเลือก รอบแรก ชนะผ่าน มาทิลด้า ลินห์โฮล์ม และเจนนี่ นีสตอร์ม สาวฟินแลนด์คู่มืออันดับ 551 ของโลกขณะที่สกอร์นำอยู่ 21-10, 1-1 และคู่ฟินแลนด์ขอยอมแพ้ จากนั้นรอบคัดเลือก รอบสอง ศุภิสรา และสรัลชนา พ่ายให้กับ มานง เครเกอร์ และจูเลีย เฟอร์เรียร์ คู่มืออันดับ 367 ของโลกจากฝรั่งเศส 0-2 เกม 21-21, 18-21.

Next Page »