ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักกอล์ฟสาวไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

By
Updated: January 8, 2019

ปัจจุบันนักกอล์ฟหญิงไทยก้าวไปประสบความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติมากมายทั้งสมัครเล่น และอาชีพโดยเฉพาะแอลพีจีเอทัวร์ และทัวร์อื่นๆมีพี่น้องโมรียา และ เอรียา จุฑานุกาล และเพื่อนๆไปสร้างชื่อเสียงซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักกอล์ฟไทยก้าวไปถึงจุดนี้ได้นั้นมีหลายอย่างด้วยกัน

กอล์ฟอาชีพหญิงไทยเริ่มมาหลายสิบปีแต่ก็เข้าสุ่ยุคที่เฟื่องฟูมากตั้งแต่ “โปรอุ๋ย” วิรดา โกมุทบุต (นิราพาธพงษ์พร) มาสู่”โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และคาบเกี่ยวกับโมรียา และ เอรียา จุฑานุกาล สองโปรพี่น้อง และคนอื่นๆอีกหลายคนตามเข้าไปนับสิบคนและคว้าแชมป์รวมไปแล้ว  12 รายการด้วยกันเอรียา ก้าวไปคว้าแชมป์ 10 รายการในแอลพีจีเอทัวร์ในจำนวนนั้นแชมป์เมเจอร์สองรายการ โมรียา จุฑานุกาล และ ธิฎาภา สุวัณณะปุระ คว้ามาได้คนละ 1 รายการ

หลังจากที่มีนักกอล์ฟไทยเข้าไปเล่นในแอลพีจีเอทัวร์ทำให้นักกอล์ฟรุ่นหลังพยามก้าวตามรุ่นพี่ๆ และยิ่งเพิ่มความสนในกอล์ฟสตรีมากยิ่งขึ้นเมื่อแอลพีเอทัวร์เข้ามาจัดการแข่งขันแอลพีจีเอในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2006 คือรายการฮอนด้า แอลพีจีเอไทยแลนด์ กลายเป็นกระแสแรงดลบันดาลใจให้มีนักกอล์ฟสตรีเพิ่มมากขึ้น และทัวร์กอล์ฟอาชีพของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงพัฒนาทัวร์ในประเทศให้นักกอล์ฟได้แข่งขันเป็นอาชีพอย่างเป็นรูปเป็นร่างอย่างจริงจังครบรอบ 10 ปีไปแล้ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการพัฒนากอล์ฟอาชีพสตรีในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว และดีขึ้นจนกระทั่งปัจจุบันนี้สาเหตุหนึ่งก็การมีรายการแอลพีจีเอทัวร์เข้ามาจัดในประเทศไทยเยาวชนได้ชมได้สัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิดกับการแข่งขันโดยเฉพาะนักกอล์ฟที่เป็นไอดอลของพวกเขาได้เรียนรู้การเล่นของเหล่ายอดโปรสาวระดับโลก และนักกอล์ฟได้โอกาสเข้าร่วมแข่งขันจากนักกอล์ฟสมัครเล่น และ นักกอล์ฟอาชีพที่ได้รับเชิญบ้างไม่นับรวมจากนักกอล์ฟที่เล่นในแอลพีจีเอทัวร์เข้าไปเล่นด้วยอันดับในทัวร์ของตัวเอง

ด้วยการพัฒนากอล์ฟอาชีพสตรีไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วและดีเยี่ยมนั้นในแต่ละปีมีจัดกแข่งขันของไทยแอลพีจีเอทัวร์ 8 รายการไม่นับรวมรายการพิเศษที่ร่วมกับทัวร์ใหญ่ของจีน และออสเตรเลีย

ปัจจุบันนักกอล์ฟสาวไทยที่เป็นสมาชิกแอลพีจีเอทัวร์รวม 11 คนในปี 2019 นี้มี “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ “โปรจูเนียร์”ธิฎาภา สุวัณณะปุระ “โปรสายป่าน” ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ “โปรแจน”วิชาณี มีชัย “โปรแชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ “โปรกิ๊ฟ”เบญญาภา นิภัทร์โสภณ “โปรปริญญ์” ปวริศา ยกทวน “โปรเมียว”ปาจรีย์ อนันต์นฤการ และ “โปรปลาย” พัชรจุฑา คงกระพันธ์  และยังมีในซีเมทราทัวร์ซึ่งเป็นทัวร์รองของแอลพีจเอ และนักกอล์ฟไทยที่เล่นอาชีพในเลดี้ส์ ยูโรเปี้ยนทัวร์ เจแอลพีจีเอ(ญี่ปุ่น) เคแอลพีจีเอทัวร์(เกาหลีใต้) ไชน่าแอลพีจีเอทัวร์(จีน) และ ไตหวันแอลพีจีเอทัวร์(จีนไทเป)ทัวร์อาชีพในฟิลิปปินส์รวมแล้วกว่าครึ่งร้อยคน

ความสำเร็จของนักกอล์ฟอาชีพสตรีในประเทศไทยทำให้บรรดาสปอนเซอร์ต่างก็เข้ามาสนับสนุนมากขึ้นองค์กรผู้ดูแลจัดการแข่งขันพัฒนาก้าวหน้าเป็นมืออาชีพมากขึ้นมีการร่วมมือกับทัวร์อื่นๆจนกระทั่งมีบางรายการได้รับคะแนนสะสมโลก และรายการต่างๆก็มีการเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟสมัครเล่นได้เข้าไปประสบการณ์เป็นการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ให้เพิ่มมากขึ้น และจะก้าวขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟอาชีพฝีมือดีแล้วหลายคนก็มีเป้าหมายอยู่ที่แอลพีจีเอทัวร์เหมือนอย่างรุ่นพี่ทำได้ในปัจจุบันและทำได้ดีอีกด้วยนักกอล์ฟไทยอยู่ในระดับชั้นนำในระดับนาชาติและระดับโลกไปแล้ว